โบสถ์

โบสถ์ไม้หลังเก่าในอดีต

 

       การบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งแรกของผู้ใจบุญ นอกจากจะสร้างวิหารและมณฑปตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีสิ่งสำคัญที่ได้สร้างเอาไว้อีกคือ โบสถ์และพระปรางค์ โบสถ์สร้างทางทิศเหนือของพระปรางค์ ห่างกันเพียง ๓-๔ วาเท่านั้น เป็นโบสถ์ขนาดย่อมๆ มีกำแพงแก้วล้อมรอบเตี้ยๆ ฝาผนังโบสถ์ก่ออิฐถือปูนขึ้นมาเพียงขอบหน้าต่าง ต่อจากนั้นขึ้นไปเป็นฝาไม้สัก มีเพิงแขนนางทั้งสองข้างตลอดความยาวของตัวโบสถ์ มีพาไลอยู่ด้านหน้า ด้านหลังปิดทึบไม่มีประตูหน้าต่างแต่อย่างใด หลังคามุงด้วยกระเบื้องกาบู (กระเบื้องกาบูนี้นิยมใช้กันมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลางจนถึงตอนปลาย) หน้าบันไม่มีลวดลาย ปั้นลมก่ออิฐถือปูนทับกระเบื้องโบสถ์หลังนี้มีขนาดย่อม แต่ก็พอให้พระภิกษุสงฆ์ประกอบสังฆกรรมได้ก็นับว่าดีเหมาะกับกาลเวลาในครั้งนั้น

       โบสถ์ที่กล่าวถึงนี้ได้ปรักหักพังไปเมื่อคืนวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ พระพุทธรูปประธานในโบสถ์ และพระโมคคัลลาน์ พระสาลีบุตร อัครสาวกทั้งสอง ซึ่งล้วนแต่สร้างด้วยปูนปั้นทั้งหมด ฝีมือช่างสมัยกรุงศรีอยุธยา งดงามพอใช้ พระประธานมีพระเนตรดำขลับราวกับว่าท่านมีชีวิตพระพุทธและข้าวของอื่นๆ ถูกโครงหลังคาพังทับลงมา ไม่มีเหลือชิ้นดีแม้แต่น้อย ปัจจุบัน นายเปล่ง โพธิ์สุข ได้นำเอาต้นโพธิ์ลังกามาปลูกไว้ ตรงหลุมลูกนิมิตหน้าพระประธาน เพื่อเป็นที่หมายให้รู้ว่าบริเวณที่ปลูกต้นโพธิ์นั้น เคยมีโบสถ์ปลูกสร้างอยู่ก่อน

 

ข้อมูลจากหนังสือ อาจารย์ปรุง เกิดมีสุข

 

 

 

    

โบสถ์ของวัดกำแพง ในปัจจุบัน

 

       สำหรับโบสถ์หลังปัจจุบันหลวงพ่อไปล่ได้บอกบุญกับญาติโยม ลูกศิษย์ของท่านรวมทั้งบรรดาผู้ใจบุญที่มีจิตศรัทธา ให้ช่วยกันสร้างขึ้นด้วยเงินในสมัยนั้นไม่กี่แสนบาท เมื่อพุทธศักราช ๒๔๖๗ ตรงที่หน้าบันด้านทิศตะวันออกโดยจะประดับด้วยถ้วยชามสังคโลกสวยงามมาก

       ส่วนภายในโบสถ์จะมีพระพุทธรูปโบราณเนื้อทองเหลืองปางยืนห้ามญาติ และปางอุ้มบาตร อยู่แถวหลัง ส่วนแถวหน้าจะเป็นพระพุทธรูปโบราณเนื้อทองเหลืองปางสะดุ้งมาร 3 องค์ สวยงามมาก สำหรับพระประธานในโบสถ์จะสร้างเป็นปูนปั้น ลงรักปิดทองหน้ายิ้มแย้มสวยงามมาก ปัจจุบันลงรักปิดทองทุกองค์

 

 

บูรณปฏิสังขรณ์ ซ่อมแซมโบสถ์ ปี ๒๕๓๔

โดยพระครูเกษมธรรมาภินันท์ อดีตเจ้าอาวาสวัดกำแพง

 

   

พระประธานและพระพุทธรูปสำคัญที่ประดิษฐานอยู่ภายในโบสถ์

 

       ด้านหลังโบสถ์ปัจจุบันจะมีสระนำ้ใหญ่โบราณ มีมาคู่กับวัดกำแพงทางวัดได้อนุรักษ์ไว้ให้เป็นที่อยู่ของเต่าและตะพาบน้ำ ทั้งปลาต่างๆหลายชนิด ซึ่งประชาชนนำมาปล่อยอธิษฐาน อภัยทานกันเนืองๆ เมื่อเวลาวันตรุษสงกรานต์ทุกๆปี เป็นสระที่หาดูได้ยากแล้วเพราะตามวัดต่างๆเขาจะกลบหมดเพื่อเอาที่ไว้สร้าง สิ่งก่อสร้างต่างๆ ไม่เห็นความสำคัญของสระด้วยความเจริญ เพราะมีน้ำประปาใช้แล้ว จึงไม่สนใจน้ำในสระ

 

สระน้ำหลังโบสถ์ ของวัดกำแพง ในปัจจุบัน

 

  

บริเวณโบสถ์ไม้หลังเก่าที่คุณลุงเปล่ง โพธิ์สุข นำต้นโพธิ์จากพุทธคยา

ประเทศอินเดีย มาปลูกไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์

 

คุณพงษ์ศักดิ์ บรรยงกะเสนา ณ อยุธยา (หมออ้วน)

 ผู้ก่อตั้งมูลนิธิหลวงปู่ไปล่ ฉันทสโร

(ผู้บันทึก)

 

 

 

 

 

Visitors: 41,083