โครงการส่งเสริมพระปริยัติธรรมแผนกบาลี

โครงการส่งเสริมพระปริยัติธรรมแผนกบาลี (เขตบางขุนเทียน)

โครงการส่งเสริมพระปริยัติธรรมแผนกบาลี (เขตบางขุนเทียน)

๑ วัด ๑ มหาเปรียญ

หน่วยงาน                       วัดกำแพง แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

ชื่อโครงการ                   โครงการส่งเสริมพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ( ๑ วัด ๑ มหาเปรียญ )

หน่วยงานที่รับผิดชอบ     สำนักศาสนศึกษาวัดกำแพง

ระยะเวลาดำเนินงาน        มีนาคม ๒๕๕๙ - กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

ลักษณะโครงการ            โครงการต่อเนื่อง

๑. หลักการและเหตุผล

          จำเดิมแต่กาลก่อนที่พระพุทธองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพาน ได้มีพระดำรัสตรัสกับพระอานนท์เถระ มีเนื้อความปรากฏในพระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค มหาปรินิพพานสูตรว่า " โย โว อานนฺท มยา ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺญตฺโต โส โว มมจฺจเยน สตฺถา" แปลว่า "ดูก่อนอานนท์ ธรรมและวินัยใด ที่เราได้แสดงแล้ว และบัญญัติแล้ว แก่เธอทั้งหลาย ธรรมและวินัยนั้น จักเป็นศาสดาของเธอทั้งหลาย โดยกาลที่เราล่วงลับไป" ธรรมและวินัยที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้แล้วนั้น ได้รับการจดจารึกลงในพระไตรปิฏก ๔๕ เล่ม ด้วยภาษาที่เรียกว่า ภาษาบาลี อันมีความหมายว่า ภาษาที่รักษาไว้ซึ่งพระพุทธวจนะ เมื่อพระไตรปิฏกยังคงอยู่ ย่อมหมายถึงการธำรงอยู่ของพระพุทธศาสนา เพราะเป็นตัวแทนของพระศาสดา การศึกษาพระไตรปิฏกจึงเป็นการศึกษาพระพุทธศาสนาเพื่อให้เข้าถึงคำสอนของพระพุทธองค์ และสามารถนำไปปฏิบัติตนให้พ้นจากความทุกข์อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิตตามนัยแห่งพระพุทธศาสนาสืบไป

          พระไตรปิฎกมีจุดเริ่มต้นมาจากการจัดรวบรวมคำสอนของพระพุทธเจ้า ออกเป็นหมวดหมู่ และซักซ้อมทบทวนกันจนลงตัว ในระยะแรก พระไตรปิฎกถ่ายทอดต่อกันมาโดยการท่องจำปากเปล่า จนกระทั่งราว พ.ศ. ๔๖๐ จึงมีการจารึกลงเป็นลายลักษณ์อักษร กล่าวได้ว่าพระพุทธศาสนาสืบทอดมาพร้อมกับพระไตรปิฎก จากสมัยพุทธกาลจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า ๒,๕๐๐ ปี และพระไตรปิฎกบาลีของพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท เป็นที่ยอมรับกันว่า เป็นบันทึกคำสอนของพระพุทธเจ้าที่เก่าแก่ที่สุด ดั้งเดิมที่สุด สมบูรณ์ที่สุด และถูกต้องแม่นยำที่สุด ที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน

          การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลีจัดว่าเป็นการศึกษาที่มุ่งตรงไปยังคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ยังคงอยู่ในรูปแบบดั้งเดิมที่สุด เพื่อป้องกันความผิดพลาดคลาดเคลื่อนจากการแปลตีความตามชอบใจ และเป็นการรักษาคำสอนของพระพุทธองค์ไว้ด้วยวิธีการที่เข้มแข็งที่สุด ปริยัติจึงเปรียบเสมือนรากแก้ว ปฏิบัติเปรียบเสมือนลำต้น กิ่งก้านสาขา ปฏิเวธเปรียบเสมือนดอกผล ตราบใดที่ยังมีปริยัติคือการศึกษาเล่าเรียนอยู่ ปฏิบัติก็ยังมีได้ และปฏิเวธก็จะเกิดขึ้นได้ หากปริยัติเสื่อมลงเมื่อใด การปฏิบัติก็จะผิดพลาดคลาดเคลื่อน ปฏิเวธก็จะเสื่อมหายไป

          ปัญหาสำคัญประการหนึ่งของการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลีก็คือ การที่มีกุลบุตรผู้สนใจในการศึกษาภาษาบาลีในเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร แต่ทางวัดไม่สามารถจัดการเรียนการสอนให้ได้ เพราะประสบปัญหาด้านการขาดแคลนครูสอน ขาดแคลนสถานที่เรียน และขาดแคลนงบประมาณในการจัดการศึกษา ส่งผลให้นักเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีลดลงเป็นอันมาก อันจะส่งผลต่อความมั่นคงของพระพุทธศาสนาโดยรวมเป็นอย่างยิ่ง พระครูพิศาลปริยัตยานุกูล ( อนันต์ วฑฺฒโน ป.ธ.๔ ) เจ้าคณะแขวงแสมดำ เจ้าอาวาสวัดกำแพง ได้รับมอบหมายจากเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ให้เปิดศาสนศึกษาแผนกบาลีในเขตบางขุนเทียน และได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวมา โดยอาศัยความที่วัดกำแพง มีความพร้อมในทุกด้าน จึงขอความร่วมมือจากเจ้าอาวาสทุกวัดในเขตบางขุนเทียน มีทั้งหมด ๑๑ วัด ๑ สำนักสงฆ์ มีดังนี้ ๑.วัดกำแพง  ๒.วัดเลา  ๓.วัดแสมดำ  ๔.วัดธรรมคุณาราม  ๕.วัดหัวกระบือ  ๖.วัดปทีปพลีผล  ๗.วัดประชาบำรุง  ๘.วัดบัวผัน  ๙.วัดสะแกงาม  ๑๐.วัดบางกระดี่  ๑๑.วัดสุธรรมวดี  และสำนักสงฆ์แทนวันดีเจริญสุข ให้พิจารณาคัดเลือกพระภิกษุ-สามเณร ผู้มีความสนใจในการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี มาศึกษาภาษาบาลีที่วัดกำแพง จนกระทั่งสอบได้เปรียญธรรม ๓ ประโยค เพื่อให้สอดคล้องกับโครงการ ๑ วัด ๑ มหาเปรียญ โดยกำหนดคุณสมบัติเบื้องต้นดังนี้คือ มีวิทยฐานะทางธรรม ได้นักธรรมชั้นตรีเป็นอย่างน้อย มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่ทุพลภาพ สามารถทำศาสนกิจได้เป็นปกติ มีความตั้งใจจริงในการศึกษาภาษาบาลี โดยทางศาสนศึกษาวัดกำแพงจะเป็นผู้อุปถัมภ์การเป็นอยู่ด้วยปัจจัย ๔ ให้ตามสมควรแก่สมณวิสัย และเพื่อเป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่การศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีสืบต่อไปจนกว่าจะจบโครงการ

๒. วัตถุประสงค์

          ๑. เพื่อส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี และรักษาพระพุทธศาสนาให้มั่นคง

          ๒. เพื่อพัฒนาคุณภาพพระภิกษุ-สามเณร ในเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

๓. เป้าหมาย

          พระภิกษุ-สามเณร มีวิทยฐานะอย่างน้อย นักธรรมชั้นตรี ๓๐ รูป เมื่อจบโครงการแล้วต้องเป็นเปรียญธรรมอย่างน้อย ๓ ประโยค

๔. พื้นที่ดำเนินงาน

          วัดกำแพง แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

๕. วิธีดำเนินการ

          ๑. เจ้าคณะอำเภอรับทราบ และคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติและมีความตั้งใจจริง

          ๒. ดำเนินการจัดส่งนักเรียนเข้าประจำยังศาสนศึกษาวัดกำแพงสิ้นเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๙

          ๓. ศาสนศึกษาวัดกำแพงจัดเข้าทะเบียนรายชื่อนักเรียนของศาสนศึกษาวัดกำแพง

          ๔. ปฐมนิเทศการเรียนการสอน วันจันทร์ที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๙ และเปิดการเรียนการสอนในวันจันทร์ที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๙ ตามหลักสูตรบาลีไวยกรณ์

          ๕. จัดสอบวัดผลเพื่อจัดระบบการเรียนการสอนในชั้นแปลให้เหมาะกับความสามารถของผู้เรียน

          ๖. เรียนสัปดาห์ละ ๕ วัน เว้นวันพระและวันอาทิตย์ วันละ ๒ เวลา ๆ ละ ๓ ชั่วโมง รวมสัปดาห์ละ ๓๐ ชั่งโมง เดือนละ ๙๐ ชั่วโมง

          ๗. ก่อนสอบบาลีสนามหลวง ๑ เดือน ทางสำนักเรียนจัดอบรมกวดวิชาให้แก่นักเรียนวันละ ๓ เวลา ๆ ละ ๒ ชั่วโมง รวมวันละ ๖ ชั่วโมง ทุกวันตลอดเดือน หยุดเพียงวันธัมมัสสวนะ และประชุมลงฟังพระปาฏิโมกข์ในวันอุโบสถเท่านั้น

          ๘. เมื่อถึงวันสอบทางสำนักเรียนจัดค่าพาหนะถวายรูปละ ๕๐๐ บาท เพื่อเป็นค่าพาหนะในการเดินทางไปสอบ ๒-๓ วัน

          ๙. นักเรียนที่ผ่านการสอบบาลีสนามหลวงในแต่ละปี ทางสำนักเรียนจะถวายรางวัลเป็นกัปปิยภัณฑ์จำนวนหนึ่งแก่นักเรียนที่สอบได้เพื่อเป็นกำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนสืบไป

๖. ระยะเวลาดำเนินการ

          ระยะเวลาในการศึกษาเริ่มตั้งแต่เดือน เมษายน ปี ๒๕๕๙ สิ้นสุดในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ รวม ๒๔ เดือน เมื่อนักเรียนเข้าศึกษาในสำนักเรียนตั้งแต่ชั้นต้นคือบาลีไวยกรณ์แล้ว สอบเปรียญธรรม ๓ ประโยคได้ จึงจะบรรลุผลตามเป้าหมายของโครงการ ซึ่งใช้เวลาอย่างน้อยที่สุด ๒ ปี

๗. งบประมาณ

          รายละเอียดงบประมาณในการดำเนินการโครงการมีดังนี้

          ๑. ถวายผ้าไตรจีวรรูปละ ๑ ไตร ๆ ละ ๑,๐๐๐ บาท ๓๐ รูป เป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท

          ๒. ค่านำ้ปานะทุกวัน ๆ ละ ๑,๐๐๐ บาท ตลอดปี เป็นเงิน ๓๖๐,๐๐๐ บาท

          ๓. ค่านิตยภัตครูสอน ๒ รูป ๆ ละ ๘,๐๐๐ บาท รวม ๑๑ เดือน เป็นเงิน ๑๗๖,๐๐๐ บาท

          ๔. ค่าหนังสือตำราเรียนและอุปกรณ์ในการเรียนโดยประมาณ ปีละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท

          ๕. ค่ารักษาพยาบาลภิกษุ-สามเณรอาพาธ ปีละ ๑๐,๐๐๐ บาท

          ๖. ค่าพาหนะในการเดินทางไปสอบรูปละ ๕๐๐ บาท ๓๐ รูป เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท

          ๗. ค่าพาหนะพระอาจารย์มาสอน ๑ รูป ๆ ละ ๔๐๐ บาท ตลอดปี เป็นเงิน ๙๖,๐๐๐ บาท

          ๘. รางวัลสำหรับนักเรียนผู้สอบได้ ประโยค ๑-๒ รูปละ ๒,๐๐๐ บาท ๓๐ รูป เป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท

รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๘๔๗,๐๐๐ บาท (แปดแสนสี่หมื่นเจ็ดพันบาทถ้วน)

๘. ผู้รับผิดชอบโครงการ

          ๑. พระครูพิศาลปริยัตยานุกูล เจ้าคณะแขวงแสมดำ เจ้าอาวาสและเจ้าสำนักศาสนศึกษาวัดกำแพง

          ๒. คณาจารย์ศาสนศึกษาวัดกำแพงและวัดเศวตฉัตร

          ๓. ผู้ดำเนินโครงการ พระมหาพีระพล ฐานจาโร เลขานุการเจ้าอาวาสวัดกำแพง

๙. ประโยชน์ที่จะได้รับ

          ๑. ทำให้การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลีกว้างขวางยิ่งขึ้น

          ๒. ได้พัฒนาคุณภาพของพระภิกษุสามเณรในเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

          ๓. พระพุทธศาสนามีความมั่นคงยิ่งขึ้น

Visitors: 41,082